ป้ายกำกับ

cover.jpg

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาฟรี เรื่อง “การต่อยอดธุรกิจบนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” โดยคุณโชค บูลกุล (ต้องขอขอบคุณรายการ business connection และ http://www.kmutt.ac.th/ ด้วย ที่ได้จัดงานดี ๆ แบบนี้)

ในตอนแรกผมคิดว่าคงไม่ได้ไป เพราะติดงานโน่นนี่ (วันเสาร์ต้องเข้ามาทำงาน pitch ตัวนึง) และเค้าก็จัดเช้ามาก 8.00 – 12.30 ซึ่งจริง ๆ มันคือเวลาหลับนอนของผม แต่ด้วยความที่นึกถึงสิ่งที่ผมเคยฟังจากคุณโชคในวิทยุ ตอนที่ไปมาพูดในรายการ business connection ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมและเหมือนเป็น hero ในใจผมคนนึงเลย (แต่ผมไม่เคยเห็นหน้านะ เคยได้ยินแต่เสียง) ทำให้ผมตัดสินใจกัดฟันซะเฮือกนึง ตื่นเช้ามาฟังสัมมนา แล้วตอนบ่ายเข้า office ทำงานต่อ

[ย้อนไปถึงปัญหาคาใจ ]

ตั้งแต่ทำงานมา ผมมักจะเจอกับปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ในหลาย ๆ เรื่อง และผมก็คิดว่าใน office อื่นก็น่าจะเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เช่น คนทำงานถูกซื้อตัว,เราไปซื้อตัวเค้ามา ,ปัญหาทิศทางของบริษัท,การร่วมทุนหรือไป join กับที่โน่นที่นี่ จะดีมั้ย รวมถึงแม้กระทั่งปัญหาภายในเอง ซึ่งเมื่อก่อน ผมไม่มีหลักแนวคิดตายตัวนัก คือเรียกว่าอารมณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร แล้วสถานการณ์เป็นแบบไหน ก็พยายามจะไปในทางนั้น พอได้ทำงานร่วมกับยง ทำให้ผมได้รู้จักแนวคิดของยง ซึ่งตรงกับกระแสพระราชดำรัสในตอนนี้ก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง (ต้องลองมารู้จักยงดูคับ แล้วจะรู้ว่ามันพอเพียงแค่ไหน บ้านมันทีวียังไม่มีเลย ดูผ่านคอมเอา ^^’)  แต่ผมก็ยังไม่ได้เข้าใจแจ่มชัดซักที อาจจะเป็นเพราะผมรู้จักแต่แนวคิด แต่ยังไม่มีประสบการณ์หรือเรื่องราวที่จะทำให้ผมรู้และเข้าใจในจุดนั้น ๆ มากขึ้น จนกระทั่งผมได้มาพบคุณโชคทางรายการวิทยุนี่ล่ะ

 [หลังจากที่ไปฟังสัมมนา]

สัมมนาครั้งนี้เรียกว่าคุ้มมาก ถึงมากที่สุด เพราะมันทำให้ผมรู้ซึ้งถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่ไม่ได้เริ่มจาก ข้อ 1 คือ ข้อ 2 ,3 คือ… แต่มันคือจิตวิญญาณผ่านประสบการณ์และการใช้ได้จริงของฟาร์มโชคชัย บางคนคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นคือการไม่ทำอะไร แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ หรือแม้กระทั่งการที่เราได้งานมาเยอะ ๆ เช่นงานล้น office นั้น ถ้าเราคิดแบบทุนนิยม เราก็ขยายซะใหญ่โต เพื่อที่จะคอยเก็บผลประโยชน์ในคราวหน้า แต่ถ้าเราคิดแบบพอเพียงนั้น เราก็ควรขยายแต่พอดี เรียกว่าทำอย่างมีสติ ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนใคร และที่สำคัญเราจะต้องมีจุดยืนว่าเราทำธุรกิจไปเพื่ออะไร ธุรกิจนี้ให้อะไรกับสังคม ไม่ใช่เรามองว่าแต่ละอย่าง คือ เงิน เงิน ๆ อย่างเดียว  เพราะค่าของคน ๆ หนึ่ง หรือว่าบริษัทหนึ่งนั้น วัดได้เป็นแค่เงินจำนวนหนึ่ง (เท่านั้นหรือ) ….ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวันนั้น ซึ่งผมทำเป็น mind map บันทึกเอาไว้ตอนไปนั่งฟัง ว่าง ๆ ก็ไปดูกันได้นะครับ แต่ลายมือจะอ่านยากซักหน่อย 😛

ปล. อ่านแบบนี้อาจจะนึกว่าผมไปสนใจเป็นนักธุรกิจซะงั้น แต่จริง ๆ ผมแค่สนใจในหลักคิดของเค้าเท่านั้นเองครับ ยัง ๆ ผมก็ยังด้อยประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และคิดว่าไปนั่งทำเว็บจะ work กว่าคับ 555+  ส่วนพวกนี้ ก็เอามาช่วยในการตัดสินใจทิศทางของบริษัทควบคู่กับยงบ้าง ก็เท่านั้นเองครับ

Advertisements